..หากมาภูเก็ตช่วงฤดูมรสุมแบบนี้ แนะนำให้เข้ามาท่องเที่ยวและถ่ายภาพวัฒนธรรมในตัวเมือง... ดูจะเป็นสิ่งนักท่องเที่ยวจากแดนไกลนิยมกันไม่น้อย ขอถือโอกาสนี้เผยแพร่ให้ความรู้เชิงท่องเที่ยวงานพ้อต่อ หรือ ไหว้เต่า กันหน่อยนะค่ะ
....เทศกาลพ้อต่อ (คำว่า "พ้อต่อ" 普渡 เป็นคำในภาษาจีนที่เรียกตามภาษาจีนสำเนียง ฮกเกี้ยน ซึ่งเป็นกลุ่มคนจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาตั้งรกรากในตัวเมืองภูเก็ต) "พ้อต่อ" มีความหมายว่า การอนุเคราะห์ผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการประกอบพิธีเซ่นไหว้ ซึ่งเทศกาลนี้จะจัดช่วง วันสารทจีน เริ่มตั้งแต่ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7ตามปฏิทินจันทรคติจีน ประมาณเดือนสิงหาคม บางทีเรียกอีกอย่างว่า เทศกาลไหว้ขนมเต่า เพราะมีการทำขนมปั้นเป็นรูปเต่า โดยปกติ ในตัวเมือง จ.ภูเก็ต จะจัด 2 ที่ ที่แรกเป็นงานใหญ่โต จัดที่บ้านซ้าน (บ้านซ้าน แปลว่า ตลาดสดเทศบาล1) แต่ขอพาไปชมสถานที่อีกที่จัดเช่นกัน คือที่ อ๊ามเซ่งเต็กเบ่ว หรือ อ๊ามพ้อต่อก๊ง บางเหนียว (อ๊าม แปลว่า ศาลเจ้าจีน) อยู่ติดกับโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว สถานที่นี้จะจัดงานประมาณ 7 วัน 7 คืน ( อ๊ามต่องย่องสู ที่อำเภอกะทู้ ก็จัดนะค่ะ)
ขอเล่าประวัติความเป็นมาก่อนนะคะ มีตำนานเล่าว่า องค์ผ่อต่อก้ง (กวนอิมไต่สือ) คือภาคหนึ่งของเจ้าแม่กวนอิมแปลงร่างให้น่ากลัวเหมือนพญามารมาปราบเหล่าวิญญาณ เพื่อนำไปโปรดสัตว์ในนรก ซึ่งท่านจะคอยดูแลเหล่าวิญญาณพเนจรทั้งหลายที่ขึ้นมาบนโลกมนุษย์ และจะคอยตามเหล่าวิญญาณที่ยังไม่ยอมกลับบ้าน จนถึงกระทั้งครบกำหนดเวลาที่ประตูวิญญาณเปิดอีกครั้ง จึงเป็นวันที่วิญญาณได้รับการปลดปล่อยให้กลับมาเยี่ยมญาติพี่น้อง ชาวจีนจึงจัดพิธีเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ บำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศอานิสงส์นั้น แก่บรรพบุรุษญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ อันเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีของลูกหลาน
ส่วนเครื่องเซ่นไหว้ในประเพณีพ้อต่อ
ขออนุญาตข้ามไปนะคะ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือเต่าตัวใหญ่สีแดง ซึ่งเรียกว่า อั่งกู๊ ทำด้วยแป้งข้าวสาลี ผสมกับน้ำตาล
ปั้นเป็นตัวเต่าแล้วย้อมด้วยสีแดงเต่า ซึ่งการเซ่นไหว้ด้วยเต่านั้น
มีที่มาจากตำนานที่ว่า เมื่อครั้งพระถังซำจั๋ง ไปอัญเชิญ พระไตรปิฎก
ที่เกาะลังกาขณะนั่งเรือสำเภา ได้เกิดมีพายุใหญ่ เรือจวนเจียน จะอับปางลง
จึงตั้งจิตอธิฐานก็ปรากฏเต่าตัวมหึมา ว่ายน้ำนำทาง ให้กับเรือสำเภา
จนสามารถไปถึงเกาะลังกาได้นั่นเอง หรืออีกความเชื่อก็คือ คนจีนนั้นนิยมว่า
เต่าเป็นสัตว์อายุยืน การทำพิธีต่างๆ จึงนิยมนำเต่ามาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีด้วย
และหลังจากเสร็จเซ่นไหว้แล้ว เราสามารถนำเต่าสีแดง "อั่งกู้"
กลับบ้านไปรับประทานได้ นัยว่าจะทำให้อายุยืนเหมือนเต่านั่นเอง ...ซึ่งก็มีรสชาดที่ดีน่าลิ้มลอง
แบบขนมแป้งหวานๆ อร่อยเลยทีเดียวค่ะ
สำหรับตัวแอดมินและเพื่อนสาวที่ไปด้วยกันวันนี้นั้น
ซึ่งเป็นคนปุ้นเต่ (ภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า พื้นเมือง ซึ่งก็คือ
คนภูเก็ตโดยกำเนิดนั่นเอง) ชื่นชอบงานพ้อต่อที่อ๊ามพ้อต่อก๊ง บางเหนียว ที่สุด
เพราะปัจจุบันนี้วิธีปฏิบัติในเทศกาลพ้อต่อของคนภูเก็ตตามวัฒธรรมดังเดิมก็ไม่ได้เคร่งครัดเป็นแบบสมัยก่อนแล้ว
แต่ที่นี้ อ๊ามพ้อต่อก๊ง บางเหนียว ยังมีกลิ่นอายตามเป็นฮกเกี้ยนดั้งเดิมอยู่
รอบๆงานมีอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่มีชื่อเสียงมาขายโดยชาวภูเก็ตแท้ๆเอง
ซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ใกล้อ๊าม
เหมือนเราย้อนกลับไปงานพ้อต่อที่ถูกจัดขึ้นในสมัยอดีตจริงๆเลยค่ะ
ตอนไปเนี๊ยะให้ไปโดยใช้มอเตอร์ไซค์ไปนะค่ะ เพราะช่วงที่มีงานท้องถนนที่คับครั่งเต็มไปด้วยรถและมอไซค์ของผู้ที่ไปเที่ยวงาน หลังจากเราหาที่จอดมอไซค์ได้ ตามรูปคือทางเข้าหน้างาน (ขอบอกว่าแอบไปเอาจากบลอกโอเคเนชั่นของท่านอื่นมากค่ะเพราะชลมุนกับการหาที่จอดมอไซค์เลยไม่ได้ถ่ายทางเข้าด้านหน้าไว้)
ตอนไปเนี๊ยะให้ไปโดยใช้มอเตอร์ไซค์ไปนะค่ะ เพราะช่วงที่มีงานท้องถนนที่คับครั่งเต็มไปด้วยรถและมอไซค์ของผู้ที่ไปเที่ยวงาน หลังจากเราหาที่จอดมอไซค์ได้ ตามรูปคือทางเข้าหน้างาน (ขอบอกว่าแอบไปเอาจากบลอกโอเคเนชั่นของท่านอื่นมากค่ะเพราะชลมุนกับการหาที่จอดมอไซค์เลยไม่ได้ถ่ายทางเข้าด้านหน้าไว้)
ก่อนที่เราจะก็มุ่งหน้าไปอ๊าม ให้เราแวะซื้อขนมเต่าเพื่อนำไปถวายก่อนค่ะ (ตั้งขายทั่วไปในงานค่ะ)
อั่งกู่ หรือขนมเต่าแดง มีตั้งแต่เต่าตัวเล็กมากๆ ขนาดน่ารัก เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ราคาไม่เกิน 100 บ. ไปจนถึงเต่าตัวใหญ่เกือบเท่าโต๊ะกินข้าว ใหญ่กว่าเพื่อนสาวอีก ค่ะ ฮ่าฮ่า (ถ่ายรูปคู่มาให้ดูด้วยค่ะ เห็นแค่หัวเต่าก็พอจะจินตนาการต่อได้นะค่ะ ว่าตัวประมาณไหน สงสัยเขาจะทำเลียนแบบเต่ามะเฟือง เชิงอนุรักษ์เต่าทะเลไปด้วยหรือเปล่า 55 ) ซึ่งเจ้าเต่าตัวเล็กนี่ เราจะต่อรองราคากับพ่อค้าแม่ค้าหน่อยก็ได้ค่ะ เผื่อเขาเอ็นดูจะได้ลดให้เรา อิอิ ส่วนเต่าตัวใหญ่นั้นเท่าที่สอบถาม จะเป็นของหน่วยงานหรือของบางครอบครัวมาสั่งไว้ทำเป็นพิเศษไว้ล่วงหน้า เพื่อปล่อยในเทศกาลนี้โดยเฉพาะค่ะ
ในรูปที่แอดมินถือเป็นขนาดพอดีๆที่นิยม อ่อลืมบอกไป บนตัวเต่าก็จะเขียนคำที่เป็นสิริมงคลต่างๆให้เราเลือกนะค่ะ อย่างเช่น มั่งมี โชคดี มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ชื่อเสียง หรือ ความรัก ต่างๆนานาค่ะ แต่สำหรับแอดมิน ซื้อตัวที่เขียนว่า "ร่ำรวย" ไปคะ ฮ่าฮ่า
ในรูปที่แอดมินถือเป็นขนาดพอดีๆที่นิยม อ่อลืมบอกไป บนตัวเต่าก็จะเขียนคำที่เป็นสิริมงคลต่างๆให้เราเลือกนะค่ะ อย่างเช่น มั่งมี โชคดี มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ชื่อเสียง หรือ ความรัก ต่างๆนานาค่ะ แต่สำหรับแอดมิน ซื้อตัวที่เขียนว่า "ร่ำรวย" ไปคะ ฮ่าฮ่า
อีกหนึ่งความประทับใจ คือ แอบสังเกตเทศกาลนี้เป็นที่นิยมในหมู่คู่รักหนุ่มสาวสมัยใหม่ และ กลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ชวนกันมาหลายๆคน ต่างมุ่งหน้าไปซื้อขนมเต่าสีแดงมาปล่อย(ถวาย)ศาลเจ้า เหมือนเป็นกิจกรรมยอดฮิตของวัยทีน ดีใจที่เห็นคนภูเก็ตสมัยใหม่ไม่ได้รังเกียจวัฒธรรมปู้นเต่ของเราเอง
พอเข้าไปในอ๊าม อย่าลืมถอดเท้าไว้ด้านหน้านะค่ะ ที่เขาถอดวางกันเยอะนั่นแหละค่ะ ด้านหน้าจะโต๊ะวางเต่า ให้เรานำขนมเต่าแดงไปวางเหมือนเป็นการปล่อยนะค่ะ แล้วค่อยมองหาโต๊ะธูปเทียนที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ เราก็นำมาอย่างละชุด และอย่าลืมหยิบกระดาษเงินกระดาษทองมาด้วยนะค่ะ ค่าธูปเทียนก็แล้วแต่บริจาคตามศรัทธาค่ะ นอกนั้นก็มี ออฟชั่นเสริม เช่น น้ำมันสำหรับเติมตะเกียงน้ำมัน เราจะเติมหรือไม่เติมก็ได้ค่ะ ได้แล้วก็มาจุดเทียนด้านหน้า แล้วค่อยจุดธูปและนำไปไหว้ตามจุดต่างๆ มีป้ายบอกไว้ แต่ถ้าทำไม่ถูกจะมีคนคอยบอกค่ะว่าให้ทำอะไรยังไงต่อ อ่อ ตอนที่เข้าไปไหว้พระจีน ควันธูปจะเยอะมากๆ เวลาเดินไปมาย้ายจุดไหว้ ให้ถือหรือชูธูปขึ้นให้สูงนะค่ะ ควันจะได้ไปลอยขึ้นด้านบน เพราะเท่าที่สังเกต ไม่ค่อยมีใครทำเลย ช่วยๆกันคนละไม้คนละมือนะค่ะ พอไหว้เสร็จแล้วก็เอากระดาษเงินกระดาษทองไปเผาที่เตา

รูปนี้เป็นการละเล่นพื้นเมืองที่จัดโดย อาจารย์และนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียวนะค่ะ แอดมินก็ลองให้เพื่อนสาวสาธิตวิธีการละเล่นกับเด็กๆดู ประมาณ ป.1 ป.2 ได้ค่ะ น้องๆสามารถแนะนำวิธีการละเล่นได้อย่างคล่องแคล่วเก่งมากๆค่ะ ส่วนผู้หญิงมาดติดดินในภาพคือ ท่าน สมาชิกสภาเทศบาลนครภูเก็ต เชียวนะค่ะ ชื่อเต็มๆ คือ สท. พรยมล ขรรค์วิไลกุล ก็มาช่วยดูแลจัดกิจกรรมการละเล่นน่ารักๆนี้ด้วยค่ะ
สำหรับ ขนมพื้นเมืองภูเก็ต อย่าง "อาโป๊ง" ก็มีขายในงานนะค่ะ พร้อมสาธิตวิธีการทำแบบดั้งเดิม อร่อยมาก มีทั้งกรอบ มีทั้งส่วนนุ่มๆ และทั้งหอม เลยค่ะ
ขนมไข่นกกระทา ตัวขนมลักษณะเป็นลูกกลมๆ เล็กๆ คล้ายไข่นกกระทา ปั้นเสร็จแล้วก็ทอดในน้ำมันร้อนๆ อร่อย มาก
ส่วนที่คุณป้าทำอยู่ก็ เป็นอาหารพื้นเมืองภูเก็ต และ เป็นของหรอยอีกชนิดหนึ่งของภูเก็ต ใช้ทานกับผลไม้คล้ายกับ น้ำปลาหวาน เรียกว่า "เกลือเคยโบราณ" ปรุงจากพริกขี้หนู กุ้งแห้ง ตำละเอียด กะปิ ซีอิ้ว น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว และน้ำ เวลารับประทาน ใช้ราดบนเลือดหมูต้ม เต้าหู้เหลือง แตงกวา และผลไม้อื่นๆ เช่น ชมพู่ สับปะรด ฯลฯ หรือนำผลไม้ไปจิ้มทานแบบน้ำปลาหวานก็ได้
ที่เห็นผัดๆอยู่ข้างๆไข่ไก่นี้คือ โอต้าว ค่ะ คล้ายหอยทอด แต่เป็นอาหารพื้นเมืองของคนภูเก็ต ที่มีลักษณะเหนียวนุ่มของแป้ง ใส่ส่วนผสมหอยตัวเล็กๆ ตามด้วยเผือกนึ่งให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ไข่ ถั่วงอก ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว น้ำตาล พริกตำปรุงรส ผัดให้เข้ากัน โรยด้วยกากหมู หอมแดงเจียว เสิร์ฟพร้อมถั่วงอกสด ซึ่งโอต้าวเจ้าที่ผัดอยู่ตรงข้ามอ๊ามนี้ คือหนึ่งใน signature ของภูเก้ตเช่นกัน วันปกติก็เปิดขายค่ะ
ขอบคุณ ผู้สนับสนุน C188 Boutique square - Condo for Rent in Phuket ห้องพักสไตล์คอนโด ให้เช่ารายวันรายเดือน ติดตามข้อมูลที่พักได้จาก www.facebook.com/boutiqueaquare



















.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น